บท ดร.อดัม วาร์กัส ถือเป็นจุดแข็งอย่างมาก เขาถ่ายทอดทั้งความกลัว ความสิ้นหวัง ความหวังริบหรี่ และความรักต่อลูกได้อย่างทรงพลัง ทำให้เรื่องมีแกนอารมณ์ที่เข้มแข็ง แม้ฉากบางช่วงจะช้าไปบ้าง และงานโปรดักชันบางจุดยังดูจำกัดด้วยงบ แต่โดยรวมเป็นหนังซอมบี้ที่มีจุดยืนของตัวเองและเล่าเรื่องได้ดีเกินคาด Infected (2013) เป็นหนังซอมบี้ที่ไม่ได้มีทุนสร้างใหญ่หรือโปรดักชันอลังการเหมือนหนังฮอลลีวูด แต่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยบรรยากาศแบบละตินอเมริกา การใช้ฉากหลังเมืองเวเนซุเอลาในช่วงปั่นป่วนทำให้ได้อารมณ์สมจริงและเข้มข้นกว่าหนังซอมบี้ทั่วไป หนังเน้นความดิบ ความมืดหม่น และความสิ้นหวังมากกว่าการโชว์ฉากแอคชันสุดมันส์ ผู้ติดเชื้อถูกนำเสนอในลักษณะ “ความป่วยของสังคม” มากกว่าแค่สัตว์ประหลาด ทำให้หนังมีมิติและเสียดสีการจัดการรัฐที่ล้มเหลวอย่างน่าสนใจ
คะแนนความสนุกหนังเรื่อง Infected (2013) ซอมบี้เขมือบโลก
คะแนนความสนุกของหนัง Infected (2013) ซอมบี้เขมือบโลก ถือว่าเป็นหนังซอมบี้เกรดดีที่ให้ทั้งความลุ้น ความเข้มข้น และความสะเทือนใจในแบบเฉพาะตัว
- ความลุ้นระทึก: 8/10
- บรรยากาศการเอาชีวิตรอด: 8/10
- ความใหม่และเอกลักษณ์ของเนื้อหา: 7/10
- งานภาพและโปรดักชัน: 6/10
- อารมณ์และน้ำหนักของเรื่อง: 8.5/10
เนื้อเรื่องหนัง Infected (2013) ซอมบี้เขมือบโลก
เรื่องราวเปิดฉากขึ้นด้วยการบรรยายถึงสถานการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้นในเมืองริมชายฝั่งแห่งหนึ่งของเวเนซุเอลา ผู้คนเริ่มเจ็บป่วยด้วยอาการคล้ายไข้รุนแรง ก่อนจะเข้าสู่ภาวะประสาทหลอน บ้าคลั่ง ก้าวร้าวสุดขีด และโจมตีทุกคนที่อยู่ใกล้ เหยื่อที่ถูกกัดมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วจนเสียชีวิตในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ไม่นานร่างนั้นกลับฟื้นขึ้นมาในสภาพเหมือนสิ่งมีชีวิตใหม่ที่ไม่สนใจความเจ็บปวด ไม่รับรู้ความกลัว และมีเพียงสัญชาตญาณเดียวคือการกัดกินมนุษย์เหมือนสัตว์กระหายเลือด เชื้อร้ายลึกลับที่ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการเริ่มแพร่กระจายไปทั่วเมืองจนผู้คนเริ่มตื่นตระหนกและหลบหนีกันอลหม่าน
แม้หนังจะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงที่มาของเชื้อแบบลึกมากนัก แต่มีการปะติดปะต่อว่าเชื้ออาจมีความเกี่ยวข้องกับจุดปนเปื้อนในพื้นที่ป่าลึกทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเดิมทีเป็นเขตอนุรักษ์ที่มีข่าวลือเกี่ยวกับสารเคมีผิดกฎหมาย หนังเลือกเล่าแบบปล่อยให้ผู้ชมค่อย ๆ สังเกตเงื่อนงำ เช่น การพบศพสัตว์จำนวนมาก การรั่วไหลของของเหลวสีดำคล้ายสารพิษ และการที่ทหารพยายามปิดเขตพื้นที่โดยไม่ยอมให้ประชาชนเข้าใกล้ การดำเนินเรื่องแบบนี้ทำให้เกิดภาพรวมของเชื้อที่ทั้งเป็นไปได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ และยังคงทิ้งปริศนาให้ชวนคิดตามว่าเบื้องหลังจริง ๆ คืออะไรกันแน่
ในช่วงแรกของการระบาด หน่วยงานด้านสาธารณสุขของเวเนซุเอลาพยายามอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นเพียงการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แต่เมื่อยอดผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ บวกกับความรุนแรงของลักษณะอาการ ทำให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมพื้นที่ ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป ประชาชนไม่เชื่อมั่นในการจัดการของรัฐ เกิดความโกลาหล การหนีตาย และการจลาจลพร้อมกัน สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อย ๆ เหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
ดร.อดัม วาร์กัส รับบทโดย Rubén Guevara คือแพทย์นักไวรัสวิทยาที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับ RNA ไวรัสมานานหลายปี เขาเป็นคนเวเนซุเอลาโดยกำเนิดแต่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในยุโรป หลังจากได้รับข่าวว่าลูกชายวัย 12 ปี ซึ่งอยู่กับอดีตภรรยาในเวเนซุเอลา ติดอยู่ในเขตที่มีการระบาด เขาจึงรีบเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อพยายามช่วยลูกชายให้รอดชีวิต จากชายที่มีชีวิตสุขสงบ ต้องกลับสู่ประเทศที่กำลังแตกสลาย เขากลายเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการหาทางยับยั้งเชื้อ เพราะความรู้ด้านไวรัสของเขาเป็นหนึ่งในความหวังที่รัฐบาลกำลังควานหาท่ามกลางความตื่นตระหนก หนังเล่าความสัมพันธ์ระหว่างอดัมกับลูกชายผ่านภาพความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ช่วงเวลาที่พ่อเคยเล่านิทานให้ฟัง การพาไปเดินเล่นริมชายหาด หรือการนั่งเล่นตัวต่อด้วยกัน ความทรงจำเหล่านี้ถูกใส่เข้ามาเป็นจังหวะ ๆ เมื่อเรื่องเริ่มตึงเครียด ทำให้ผู้ชมเห็นความผูกพันของพ่อลูก และยิ่งรู้สึกเอาใจช่วยเมื่อทั้งคู่ห่างกันในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด
เมื่ออดัมมาถึงเวเนซุเอลา ภาพที่เขาเห็นคือสนามบินที่แทบไร้ระเบียบ ผู้คนเบียดเสียด หลายคนเริ่มแสดงอาการคล้ายติดเชื้อ บางส่วนมีบาดแผลจากการถูกกัด รัฐพยายามตั้งจุดตรวจคัดกรอง แต่ก็มีผู้ติดเชื้อลักลอบผ่านทำให้สถานการณ์ลุกลามอย่างรวดเร็ว อดัมพยายามติดต่ออดีตภรรยาแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เขาได้ข้อมูลเพียงว่าลูกชายอยู่ในเขตชุมชนชั้นล่างของเมืองที่มีข่าวลือว่ากำลังถูกกักกันแบบปิดพื้นที่ ซึ่งหมายความว่าใครที่อยู่ด้านในมีโอกาสน้อยมากที่จะหลุดออกมาได้
หนังพาเราเห็นภาพความวุ่นวายในสังคมอย่างเป็นขั้นตอน จากแรกเริ่มที่ผู้คนเพียงหวาดกลัว จากนั้นกลายเป็นความโกลาหล การปล้นสะดม การแย่งอาหาร การอพยพเป็นกลุ่มใหญ่ และในที่สุดก็ลุกลามถึงระดับที่ผู้คนต้องเอาตัวรอดด้วยอาวุธเองเพราะรัฐไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้เลย บรรยากาศของหนังจึงเต็มไปด้วยความทึม หม่น ความหวาดระแวง และกลิ่นอายของเมืองที่แตกสลาย ทั้งไฟไหม้ เสียงกรีดร้อง เสียงปืน และเงาร่างของผู้ติดเชื้อที่เดินโซซัดโซเซอยู่ตามซอกตรอก
หลังจากฝ่าดงซอมบี้ที่ลุกลามมาทั้งเมือง อดัมและลูกชายสามารถหนีไปยังเขตชายแดนซึ่งมีหน่วยกู้ภัยนานาชาติกำลังลำเลียงผู้รอดชีวิตขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ทว่าก่อนขึ้นเครื่อง อดัมเริ่มมีอาการผิดปกติ ซึ่งในบางวินาทีเหมือนจะคล้ายอาการระยะแรกของผู้ติดเชื้อ แต่เขาฝืนเก็บความเจ็บปวดเพื่อไม่ให้ลูกชายรู้ สุดท้ายเขาผลักลูกชายขึ้นเฮลิคอปเตอร์และขอให้เจ้าหน้าที่พาเด็กไปอย่างเร็วที่สุด ก่อนตัวเองจะถอยออกมาโดยไม่ขึ้นเครื่องไปด้วย
สรุปรีวิวหนัง Infected (2013) ซอมบี้เขมือบโลก
Infected (2013) ซอมบี้เขมือบโลก เชื้อไวรัสลึกลับแพร่ระบาดในเวเนซุเอลา ทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นซอมบี้คลุ้มคลั่ง อดัม นักไวรัสวิทยาผู้เป็นพ่อ ต้องกลับมาบ้านเกิดเพื่อตามหาลูกชาย เขาฝ่าดงซอมบี้ ทหาร และความโกลาหลของเมืองที่กำลังล่มสลาย ระหว่างทางเขาได้ช่วยงานวิจัยของรัฐเพื่อหาต้นตอของเชื้อ แต่ท้ายที่สุดเขาเลือกช่วยลูกชายให้รอดชีวิตมาก่อนตัวเอง อดัมพาลูกชายไปถึงจุดอพยพได้สำเร็จ แต่ตัวเองเริ่มมีอาการติดเชื้อและตัดสินใจไม่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับลูก เพื่อให้ลูกปลอดภัย ทิ้งให้ผู้ชมสงสัยถึงชะตากรรมของเขาในตอนท้าย






